บทความโหราศาสตร์ไทย ๒


เนื่องจากโหราศาสตร์ไทยเป็นศาสตร์แห่งการพยากรณ์ที่มีประวัติยาวนาน ดาวที่ใช้ในโหราศาสตร์ไทยนั้นจึงมีที่มาจากการพัฒนาความรู้ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ โดยในยุคแรกเริ่ม ดาวที่ใช้พยากรณ์ประกอบด้วยดาวอาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ และเสาร์ ตามลำดับ แล้วจึงผสมกับความรู้ดาวราหู เกตุ และมฤตยู ที่แพร่หลายเข้ามาภายหลัง
อาจารย์ผู้ทรงความรู้ในอดีตนำเอาดวงดาวเหล่านี้มาใช้ในการพยากรณ์ โดยได้รับวิทยาการจากอินเดีย อาหรับ เซลดัส ไซรัส และกรีกมาปรับใช้ ผสมผสานกับความรู้พื้นฐานดั้งเดิมของไทย ทำให้เกิดระบบพยากรณ์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ดาวที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในโหราศาสตร์ไทยปัจจุบัน ได้แก่ อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ เสาร์ ราหู เกตุ มฤตยู และบางสายจะเพิ่มดาวเนปจูนและพลูโต เข้ามาด้วย

ราหู เกตุ และความสัมพันธ์ทางโคจร
ราหูและเกตุมีความพิเศษแตกต่างจากดาวอื่น เนื่องจากเป็นจุดตัดระหว่างวงโคจรของดวงอาทิตย์และวงโคจรดวงจันทร์ ไม่ใช่ดาวที่มีตัวตนทางกายภาพ เมื่อดวงอาทิตย์โคจรมาถึงจุดตัดนี้จะเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคา และเมื่อดวงจันทร์โคจรมาถึงจุดนี้จะเกิดจันทรุปราคา
ในโหราศาสตร์ไทย แม้ว่าจะคำนวณองศาดาวได้ถูกต้อง โดยที่นักโหราศาสตร์ไทยทราบดีว่าดวงอาทิตย์เปรียบเสมือนศูนย์กลางของระบบสุริยจักรวาล เป็นดาวที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง แต่ในการวางตำแหน่งของดวงดาวในดวงจักรราศี เป็นการวางดาวในตำแหน่งที่มองจากโลกเป็นศูนย์กลาง โดยมีตำแหน่งของดวงดาวฉายไปยังรอบวงกลมท้องฟ้า ซึ่งแบ่งออกเป็น 12 ส่วน ได้แก่ราศีทั้ง 12 ราศี ดังจะกล่าวต่อไปนี้

ราศี 12 ราศีในโหราศาสตร์ไทย
ราศี (Zodiac Signs) ในโหราศาสตร์ไทยมี 12 ราศี ตามระบบสุริยคติ (Solar Zodiac) เรียงตามเดือนทางสุริยคติของไทย (เริ่มประมาณกลางเดือนเมษายน) โดยคนที่เกิดในช่วงวันด้านล่าง หมายถึงช่วงเวลาที่ดาวอาทิตย์ (สัญลักษณ์ ดาวอาทิตย์ ๑) อยู่ในราศีนั้น (อย่าสับสนว่าคนที่เกิดในช่วงวันนี้เป็นคนราศีนี้ เพราะสิ่งนี้คือตำแหน่งของดาวอาทิตย์ในดวงชะตา ไม่ใช่ลัคนาที่ใช้เป็นจุดตั้งต้นในการพยากรณ์)
โดยมีช่วงเวลาดังนี้
1. ดาวอาทิตย์อยู่ในราศี เมษ (Aries)
• ช่วงวัน 13 เมษายน – 14 พฤษภาคม
• สัญลักษณ์ แกะ
2. ดาวอาทิตย์อยู่ในราศี พฤษภ (Taurus)
• ช่วงวัน 15 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน
• สัญลักษณ์ วัว
3. ดาวอาทิตย์อยู่ในราศี เมถุน (Gemini)
• ช่วงวัน 15 มิถุนายน – 15 กรกฎาคม
• สัญลักษณ์ คนคู่
4. ดาวอาทิตย์อยู่ในราศี กรกฎ (Cancer)
• ช่วงวัน 16 กรกฎาคม – 16 สิงหาคม
• สัญลักษณ์ ปู
5. ดาวอาทิตย์อยู่ในราศี สิงห์ (Leo)
• ช่วงวัน 17 สิงหาคม – 16 กันยายน
• สัญลักษณ์ สิงโต
6. ดาวอาทิตย์อยู่ในราศี กันย์ (Virgo)
• ช่วงวัน 17 กันยายน – 16 ตุลาคม
• สัญลักษณ์ หญิงสาว
7. ดาวอาทิตย์อยู่ในราศี ตุล (Libra)
• ช่วงวัน 17 ตุลาคม – 15 พฤศจิกายน
• สัญลักษณ์ ตาชั่ง
8. ดาวอาทิตย์อยู่ในราศี พิจิก (Scorpio)
• ช่วงวัน 16 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม
• สัญลักษณ์ แมลงป่อง
9. ดาวอาทิตย์อยู่ในราศี ธนู (Sagittarius)
• ช่วงวัน 16 ธันวาคม – 13 มกราคม
• สัญลักษณ์ นักยิงธนู
10. ดาวอาทิตย์อยู่ในราศี มังกร (Capricorn)
• ช่วงวัน 14 มกราคม – 12 กุมภาพันธ์
• สัญลักษณ์ แพะภูเขา
11. ดาวอาทิตย์อยู่ในราศี กุมภ์
• ช่วงวัน 13 กุมภาพันธ์ – 14 มีนาคม (Aquarius)
• สัญลักษณ์ คนแบกหม้อ
12. ดาวอาทิตย์อยู่ในราศี มีน (Pisces)
• ช่วงวัน 15 มีนาคม – 12 เมษายน
• สัญลักษณ์ ปลาคู่

การจัดลำดับดาวตามระยะห่าง
การโคจรของดาวต่างๆ ที่นำมาใช้ในโหราศาสตร์ไทย มีการจัดลำดับตามระยะห่างจากโลก โดยดาวพุธและดาวศุกร์เป็นดาวอยู่วงใน ซึ่งเมื่อมองจากโลกแล้วจะมีตำแหน่งที่ใกล้ดวงอาทิตย์เสมอ (อาจอยู่ราศีเดียวกัน หรือห่างจากดวงอาทิตย์ไม่เกิน 2 ราศี) โดยดาวอาทิตย์จะโคจรไปตามจักรราศี ราศีละประมาณ 1 เดือน เมื่อครบ 12 ราศีจะใช้เวลา 1 ปีพอดี
ส่วนพระจันทร์นั้นโคจรรอบโลก จึงมองเห็นว่าเป็นดาวที่เดินเร็วประมาณราศีละสองวันครึ่ง (1 รอบประมาณ 28 วัน)
ตำแหน่งดาวเหล่านี้ตามลำดับจากใกล้ไปไกลดวงอาทิตย์ ประกอบด้วย พุธ ศุกร์ โลก อังคาร พฤหัสบดี เสาร์ มฤตยู เนปจูน พลูโต ซึ่งการเข้าใจลำดับและความสัมพันธ์ของดาวเหล่านี้เป็นพื้นฐานสำคัญในการศึกษาโหราศาสตร์ไทย
ในโหราศาสตร์ไทย ระยะเวลาการโคจรของดาวแต่ละดวงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพยากรณ์และการตีความดวงชะตา เพราะจังหวะการเคลื่อนที่ของดาวเหล่านี้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางโชคชะตาของมนุษย์

ระยะเวลาการโคจรของดวงดาวรอบดวงอาทิตย์ (ตามระบบสุริยะ)
ระยะเวลาการโคจร (Orbital Period) ของดาวเคราะห์แต่ละดวงขึ้นอยู่กับระยะห่างจากดวงอาทิตย์ โดยยิ่งอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ ระยะเวลาโคจรยิ่งสั้น (ตามกฎเคปเลอร์) เวลาที่ดาวแต่ละดวงใช้ในการโคจรรอบดวงอาทิตย์แตกต่างกันอย่างมาก ตั้งแต่เพียงไม่กี่วันไปจนถึงหลายร้อยปี ดังนี้
1. ดาวพุธ (Mercury)
• ระยะเวลาโคจร ประมาณ 88 วัน (0.24 ปีโลก)
• ระยะทางจากดวงอาทิตย์ ประมาณ 57.9 ล้านกิโลเมตร
• ลักษณะ โคจรเร็วที่สุดในระบบสุริยะ
2. ดาวศุกร์ (Venus)
• ระยะเวลาโคจร ประมาณ 225 วัน (0.62 ปีโลก)
• ระยะทางจากดวงอาทิตย์ ประมาณ 108.2 ล้านกิโลเมตร
• ลักษณะ ทิศทางการหมุนผิดปกติ (หมุนช้าและทวนเข็มนาฬิกา)
3. โลก (Earth)
• ระยะเวลาโคจร 365.25 วัน (1 ปี)
• ระยะทางจากดวงอาทิตย์ ประมาณ 149.6 ล้านกิโลเมตร
• ลักษณะ มีสิ่งมีชีวิตและน้ำในสถานะเหลว
4. ดาวอังคาร (Mars)
• ระยะเวลาโคจร ประมาณ 687 วัน (1.88 ปีโลก)
• ระยะทางจากดวงอาทิตย์ ประมาณ 227.9 ล้านกิโลเมตร
• ลักษณะ มีภูมิประเทศคล้ายทะเลทรายและภูเขาไฟใหญ่
5. ดาวพฤหัส (Jupiter)
• ระยะเวลาโคจร ประมาณ 12 ปี (4,333 วัน)
• ระยะทางจากดวงอาทิตย์ ประมาณ 778.5 ล้านกิโลเมตร
• ลักษณะ ดาวเคราะห์แก๊สยักษ์ ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ
6. ดาวเสาร์ (Saturn)
• ระยะเวลาโคจร ประมาณ 29.5 ปี (10,759 วัน)
• ระยะทางจากดวงอาทิตย์ ประมาณ 1.43 พันล้านกิโลเมตร
• ลักษณะ มีวงแหวนที่สวยงามและดวงจันทร์หลายสิบดวง
7. ดาวยูเรนัส (Uranus)
• ระยะเวลาโคจร ประมาณ 84 ปี (30,687 วัน)
• ระยะทางจากดวงอาทิตย์ ประมาณ 2.87 พันล้านกิโลเมตร
• ลักษณะ แก๊สยักษ์ที่หมุนเอียงเกือบ 90 องศา
8. ดาวเนปจูน (Neptune)
• ระยะเวลาโคจร ประมาณ 165 ปี (60,190 วัน)
• ระยะทางจากดวงอาทิตย์ ประมาณ 4.5 พันล้านกิโลเมตร
• ลักษณะ ดาวเคราะห์น้ำแข็งสีน้ำเงิน มีลมพายุรุนแรง
9. ดาวพลูโต (Pluto)
• ระยะเวลาโคจร ประมาณ 248 ปี (90,560 วัน)
• ระยะทางจากดวงอาทิตย์ ประมาณ 5.9 พันล้านกิโลเมตร
• ลักษณะ อยู่ในแถบไคเปอร์ ถูกจัดเป็นดาวเคราะห์แคระตั้งแต่ปี 2006
________________________________________

หมายเหตุ
• กฎเคปเลอร์ ดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์โคจรเร็วกว่าดาวที่อยู่ไกล (กฎข้อที่ 3)
• ปีดาวเคราะห์ (Planetary Year) หมายถึงระยะเวลา 1 รอบการโคจรรอบดวงอาทิตย์ของดาวเคราะห์นั้นๆ

ความสำคัญในการพยากรณ์
ระยะเวลาการโคจรเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการพยากรณ์ทางโหราศาสตร์ไทย เพราะช่วยให้โหรสามารถคำนวณตำแหน่งของดาวแต่ละดวงในช่วงเวลาต่างๆ ของชีวิตได้อย่างแม่นยำ
ดาวที่โคจรเร็ว เช่น ดาวพุธและดาวศุกร์ มักส่งผลกระทบในระยะสั้น และเปลี่ยนแปลงบ่อย ขณะที่ดาวที่โคจรช้า เช่น ดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์ จะส่งอิทธิพลในระยะยาวและมักเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิต